จากประสบการณ์การทำงานหลากหลายวงการ แต่หญิงสาวคนนี้บอกกับเราว่าเธอ "รักและทุ่มเทกับทุกอย่างที่ทำ" และตอนนี้ ชนิกานต์ เชยคำแหง หรือแนนซี่ ก็กำลังทุ่มเทอย่างเต็มตัวเต็มหัวใจไปกับการสร้างสรรค์กระเป๋าหนังให้กับ Ravens Heaven แบรนด์ที่เธอตัดสินใจก่อตั้งขึ้นเองเมื่อปีพ.ศ. 2552 และเปิดตัวคอลเลกชั่นแรกเมื่อปลายปี แต่อันที่จริงการออกแบบกระเป๋าไม่ใช่รักใหม่ที่เธอเพิ่งค้นพบ เพราะก่อนหน้านี้เธอเคยร่วมดีไซน์และบริหารคอลเลกชั่นให้กับแบรนด์ญี่ปุ่นที่วางจำหน่ายในร้านมัลติแบรนด์ในโตเกียวและโอซาก้ามาตั้งแต่เมื่อปีพ.ศ. 2542 จนตัดสินใจไปศึกษาต่อด้าน Design Management อย่างจริงจังที่ Parson School of Design ทั้งยังสั่งสมประสบการณ์ด้านธุรกิจขายกระเป๋าแฟชั่นในนิวยอร์ก เซี่ยงไฮ้ ฮ่องกง และกรุงเทพฯ "แต่ในระหว่างนั้นก็ทดลองทำกระเป๋าอยู่ ทั้งสเก็ตช์รูป ดูโรงงาน หาวัตถุดิบ จนกระทั่งโอกาสทุกอย่างมันลงตัว" เธอเล่าถึงการก่อตั้งแบรนด์ด้วยตัวเธอเองคนเดียว! "เราเรียนรู้งานด้านนี้มาหมดแล้วเลยไม่กลัวว่าจะเจอกับอะไร ลองตลาดดูก่อนแล้วค่อยขยับขยายไป เพราะยังไงสุดท้ายเราก็ทำเองไม่ได้ทุกอย่าง แต่ในแง่ดีก็คือเราได้เป็นตัวของเราเอง"

การเป็นตัวของตัวเองของชนิกานต์นั้นต่างจากภาพสาวที่มีหัวทางธุรกิจค้าๆ ขายๆ และทำงานเป็นระเบียบแบบแผน "จริงๆ เป็นคนชอบแต่งชุดดำๆ ทาตาดำๆ นะ แต่มันทำไม่ได้ทุกโอกาส" เธอเล่าขำๆ และบอกว่าเธอหลงใหลในงานจิตรกรรม ประวัติศาสตร์ศิลป์ จิตวิทยา (ด้วยความอยากเข้าใจตนเอง) และภาพยนตร์ "ชอบหนังแนวๆ โหดๆ ออกแนวอินดี้อย่าง A Clockwork Orange แล้วก็ชอบเรื่องราวเกี่ยวกับมายาคติ ตำนานกับแฟนตาซี แต่ไม่ได้ออกแนวสวยฝันหวานนะ"
ไม่แปลกใจเลยที่กระเป๋าแบรนด์ Ravens Heaven (สวรรค์ของอีกา) จะสื่อถึงด้านของความขบถในตัวผู้หญิงคนนี้ "เป็นคนที่ชอบวัฒนธรรมโกธิค ตัวแบรนด์และชื่อแบรนด์ก็เลยจะเน้นความลึกลับ และมีความขัดแย้งด้วย" คอลเลกชั่นแรกที่เปิดตัวไปเมื่อปลายปีและจะเป็นคอลเลกชั่นเบสิกสำหรับทุกฤดูกาลได้ชื่อว่า Back To The Origin ซึ่งเธอได้แรงบันดาลใจมาจากงานเขียน On The Origin of The Species ของดาวินชี่ "เขามองว่าสิ่งมีชีวิตที่สวยงามมีวิวัฒนาการมาจากจุดเริ่มต้นที่เรียบง่ายด้วยกันทั้งสิ้น และแนนก็คิดว่าธรรมชาติคือสิ่งเรียบง่ายและน่าพิศวง" กระเป๋าหนังซึ่งผลิตจากหนังนาปป้าจากอิตาลีหลากรูปทรงจึงเน้นเส้นสายเรียบๆ (แต่มีลูกเล่นอย่างซิป ตัวล็อกหมุด) ในโทนสีเอิร์ธโทน เขียวต้นไม้ และสีดำ แต่สำหรับคอลเลกชั่น Back To Nature ของฤดูกาลนี้ ชนิกานต์ขอเติมสีสันให้กับกระเป๋าด้วยโทนสีขาว สีแดง และสีน้ำเงินเข้ม อย่างเช่นกระเป๋ารุ่น Pligrim มีทั้งแบบสะพายข้างและกระเป๋าหนีบ ซึ่งเธอบอกว่า "ลุคโดยรวมอาจจะดูรีแล็กซ์และมีพลังแต่คงความลึกลับเหมือนเดิม"
เมื่อถามว่ากระเป๋าเหมาะกับผู้หญิงแบบไหน ชนิกานต์บอกว่า "ต้องเป็นตัวของตัวเอง อาจจะชอบสตรีทแวร์ งานดีคอนสตรัคชั่น ความที่เป็นแบรนด์ใหม่และแบรนด์ไทย คนที่ใช้ก็ต้องกล้าเสี่ยงกล้าลอง เข้าใจในสิ่งที่เรานำเสนอรวมทั้งคิดแล้วว่าเขาจะแสดงตัวตนออกมาได้ขนาดไหน"