พฤหัสบดี, กุมภาพันธ์ 23, 2012
Top Tab Content

New Brand To Know

จากประสบการณ์การทำงานหลากหลายวงการ  แต่หญิงสาวคนนี้บอกกับเราว่าเธอ "รักและทุ่มเทกับทุกอย่างที่ทำ" และตอนนี้ ชนิกานต์ เชยคำแหง หรือแนนซี่ ก็กำลังทุ่มเทอย่างเต็มตัวเต็มหัวใจไปกับการสร้างสรรค์กระเป๋าหนังให้กับ Ravens Heaven แบรนด์ที่เธอตัดสินใจก่อตั้งขึ้นเองเมื่อปีพ.ศ. 2552  และเปิดตัวคอลเลกชั่นแรกเมื่อปลายปี  แต่อันที่จริงการออกแบบกระเป๋าไม่ใช่รักใหม่ที่เธอเพิ่งค้นพบ  เพราะก่อนหน้านี้เธอเคยร่วมดีไซน์และบริหารคอลเลกชั่นให้กับแบรนด์ญี่ปุ่นที่วางจำหน่ายในร้านมัลติแบรนด์ในโตเกียวและโอซาก้ามาตั้งแต่เมื่อปีพ.ศ. 2542 จนตัดสินใจไปศึกษาต่อด้าน Design Management อย่างจริงจังที่ Parson School of Design  ทั้งยังสั่งสมประสบการณ์ด้านธุรกิจขายกระเป๋าแฟชั่นในนิวยอร์ก  เซี่ยงไฮ้  ฮ่องกง  และกรุงเทพฯ  "แต่ในระหว่างนั้นก็ทดลองทำกระเป๋าอยู่  ทั้งสเก็ตช์รูป  ดูโรงงาน  หาวัตถุดิบ  จนกระทั่งโอกาสทุกอย่างมันลงตัว"  เธอเล่าถึงการก่อตั้งแบรนด์ด้วยตัวเธอเองคนเดียว!  "เราเรียนรู้งานด้านนี้มาหมดแล้วเลยไม่กลัวว่าจะเจอกับอะไร  ลองตลาดดูก่อนแล้วค่อยขยับขยายไป  เพราะยังไงสุดท้ายเราก็ทำเองไม่ได้ทุกอย่าง  แต่ในแง่ดีก็คือเราได้เป็นตัวของเราเอง"


การเป็นตัวของตัวเองของชนิกานต์นั้นต่างจากภาพสาวที่มีหัวทางธุรกิจค้าๆ ขายๆ และทำงานเป็นระเบียบแบบแผน  "จริงๆ เป็นคนชอบแต่งชุดดำๆ ทาตาดำๆ นะ  แต่มันทำไม่ได้ทุกโอกาส"  เธอเล่าขำๆ  และบอกว่าเธอหลงใหลในงานจิตรกรรม  ประวัติศาสตร์ศิลป์  จิตวิทยา (ด้วยความอยากเข้าใจตนเอง)  และภาพยนตร์  "ชอบหนังแนวๆ โหดๆ ออกแนวอินดี้อย่าง A Clockwork Orange  แล้วก็ชอบเรื่องราวเกี่ยวกับมายาคติ  ตำนานกับแฟนตาซี  แต่ไม่ได้ออกแนวสวยฝันหวานนะ"
ไม่แปลกใจเลยที่กระเป๋าแบรนด์ Ravens Heaven (สวรรค์ของอีกา) จะสื่อถึงด้านของความขบถในตัวผู้หญิงคนนี้  "เป็นคนที่ชอบวัฒนธรรมโกธิค  ตัวแบรนด์และชื่อแบรนด์ก็เลยจะเน้นความลึกลับ  และมีความขัดแย้งด้วย"  คอลเลกชั่นแรกที่เปิดตัวไปเมื่อปลายปีและจะเป็นคอลเลกชั่นเบสิกสำหรับทุกฤดูกาลได้ชื่อว่า Back To The Origin ซึ่งเธอได้แรงบันดาลใจมาจากงานเขียน On The Origin of The Species ของดาวินชี่  "เขามองว่าสิ่งมีชีวิตที่สวยงามมีวิวัฒนาการมาจากจุดเริ่มต้นที่เรียบง่ายด้วยกันทั้งสิ้น  และแนนก็คิดว่าธรรมชาติคือสิ่งเรียบง่ายและน่าพิศวง"  กระเป๋าหนังซึ่งผลิตจากหนังนาปป้าจากอิตาลีหลากรูปทรงจึงเน้นเส้นสายเรียบๆ (แต่มีลูกเล่นอย่างซิป  ตัวล็อกหมุด)  ในโทนสีเอิร์ธโทน  เขียวต้นไม้  และสีดำ  แต่สำหรับคอลเลกชั่น Back To Nature ของฤดูกาลนี้  ชนิกานต์ขอเติมสีสันให้กับกระเป๋าด้วยโทนสีขาว  สีแดง  และสีน้ำเงินเข้ม  อย่างเช่นกระเป๋ารุ่น Pligrim  มีทั้งแบบสะพายข้างและกระเป๋าหนีบ  ซึ่งเธอบอกว่า "ลุคโดยรวมอาจจะดูรีแล็กซ์และมีพลังแต่คงความลึกลับเหมือนเดิม"
เมื่อถามว่ากระเป๋าเหมาะกับผู้หญิงแบบไหน  ชนิกานต์บอกว่า "ต้องเป็นตัวของตัวเอง  อาจจะชอบสตรีทแวร์  งานดีคอนสตรัคชั่น  ความที่เป็นแบรนด์ใหม่และแบรนด์ไทย  คนที่ใช้ก็ต้องกล้าเสี่ยงกล้าลอง  เข้าใจในสิ่งที่เรานำเสนอรวมทั้งคิดแล้วว่าเขาจะแสดงตัวตนออกมาได้ขนาดไหน"