ความเป็นมาของแบลลี่นั้นเริ่มต้นตั้งแต่เมื่อปีค.ศ. 1851 เมื่อคาร์ล ฟรานซ์ แบลลี่ (Carl Franz Bally) เจ้าของธุรกิจผลิตริบบิ้นจากสวิตเซอร์แลนด์ทำรองเท้าให้ภรรยาของตนใส่ "ตอนเดินทางไปฝรั่งเศส เขาซื้อรองเท้าคู่สวยมให้ภรรยาคู่หนึ่ง" แรม ฟิดเลอร์ หนึ่งในคู่หูผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ประจำแบลลี่เล่า "เธอชอบมากเลยอยากได้เพิ่มอีกหลายคู่ ฟรานซ์ แบลลี่ก็เลยเริ่มเรียนรู้ที่จะทำรองเท้าด้วยตนเอง"
จนวันนี้เป็นเวลา 160 ปีพอดีที่แบลลี่เติบโตจนกลายเป็นธุรกิจระดับโลกและทำให้หลายๆ คนจดจำเครื่องหนังคุณภาพพร้อมโลโก้กุหลาบสวิส (Swiss Rose) ได้จนขึ้นใจ เบิร์นท์ ฮอปคอร์น (Berndt Hauptkorn) ซีอีโอของแบรนด์กล่าวถึงปีครบรอบนี้ว่า "ถือเป็นวาระพิเศษจริงๆ ที่เราได้ฉลองครบรอบ 160 ปีของการสืบสานงานศิลป์และของแบรนด์กระเป๋าแฟชั่นที่ทันสมัยแต่รุ่มรวยด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนาน ผมเองรู้สึกภูมิใจมากที่ได้เป็นผู้นำทีมงานมากความสามารถซึ่งจะร่วมกันทุ่มเทให้กับอนาคตของกระเป๋าแบรนด์หรูสง่างามเหนือกาลเวลานี้"
ส่วนฟิตเลอร์ให้ความเห็นว่า "แน่นอนครับ แบลลี่เป็นแบรนด์ที่มีประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ยืนยาว แต่เราก็ต้องนำเสนอออกมาด้วยมุมมองใหม่" และนั่นก็คือเหตุผลที่เขาและไมเคิล เฮิร์ซ สองดีไซเนอร์จากอังกฤษถูกเรียกตัวมารับภารกิจนำเสนอภาพลักษณ์และคอลเลกชั่นยิ่งใหญ่ของกระเป๋าแบรนด์ดังจากสวิสต่อจากไบรอัน แอตวูด ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์คนก่อน
เฮิร์ซและฟิดเลอร์รู้จักกันสมัยทำงานที่แบรนด์อังกฤษนามอะควาสคูตัมแต่ก่อนหน้านั้น เฮิร์ซเคยทำงานกับมาร์ก เจคอบส์ (Marc Jacob) ที่แบรนด์ไอซ์เบิร์ก และกับอัลแบร์ เอลบาซสมัยยังทำงานให้กี ลาโรซ (Guy Laroche) ส่วนฟิดเลอร์เริ่มงานกับราล์ฟ ลอเรนหลังจากไปเป็นดีเจอยู่พักหนึ่ง และด้วยประสบการณ์และแรงบันดาลใจที่แตกต่างกันทำให้ทั้งคู่มีพลังความคิดสร้างสรรค์ไม่เหมือนใคร พวกเขาทำงานในวงการแฟชั่น แต่ก็ไม่ห่างจากโลกแห่งความจริง "สิ่งที่ท้าทายสำหรับเราก็คือการพัฒนาแบลลี่ให้เป็นแบรนด์สินค้าหรูระดับโลกซึ่งสามารถเข้าถึงได้อย่างแท้จริง และการที่แบรนด์ฉลองครบรอบ 160 ปีในปีนี้ก็ถือเป็นโอกาสอันดีเพราะเราไม่เพียงมุ่งมั่นก้าวไปสู่อนาคตด้วยคอลเลกชั่นร่วมสมัยเท่านั้น แต่ยังมุ่งมั่นทำให้ทักษะงานฝีมืออันยอดเยี่ยมของแบรนด์เป็นที่ประจักษ์ในแนวทางที่สดใหม่และทันสมัยอีกด้วย"
สดใหม่และทันสมัยหรือไม่ ดูจากคอลเลกชั่นฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2011 ที่เน้นธีมภูเขา โดยนำความเป็นแบลลี่มาตีความนำเสนอใหม่ผ่านความคิดสร้างสรรค์และทักษะฝีมือได้อย่างทันสมัยแปลกตา เครื่องหนังแต่ละชิ้นนอกจากจะถูกออกแบบให้มีเส้นสายเค้าโครงนุ่มนวลและสีสีนสดใสตามฤดูกาลแล้ว ยังประดับด้วยโลโก้ 160 ปีซึ่งถูกดีไซน์ขึ้นมาเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าบัลเล่ต์เส้นแบนโดดเด่น บู๊ตยาวระดับข้อเท้า รองเท้ามีสายรัดส้น และรองเท้าคัชชู แต่สิ่งที่สะดุดตาเป็นพิเศษคือ การเน้นดีไซน์ของส้นรองเท้าให้โดดเด่นจับตาซึ่งปรากฏให้เห็นอยู่ในรองเท้าหลายสไตล์ บ่งบอกถึงแนวทางการดีไซน์อันทันสมัย และความช่างคิด
นอกจากนี้สองผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ยังนำแรงบันดาลใจจากรายละเอียดรองเท้าหนังลายฉลุเพื่อการตกแต่ง (Brogue) ที่ชื่อว่า Scribe สำหรับผู้ชายมาใส่ไว้ในการออกแบบกระเป๋าสำหรับผู้หญิง โดยเฉพาะกระเป๋า Ellie สะพายไหล่ใบกำลังพอดีจึงมาในโทนสีฤดูใบไม้ร่วงหลากสี และรายละเอียด เช่น การฉลุเจาะรูตกแต่งบนหนังแก้วได้อย่างละเมียดละไมแบบผู้หญิง และเพื่อความสมบูรณ์แบบกระเป๋าแต่ละใบยังประดับด้วยตัวล็อกโลหะรูปลายกุหลาบสวิสและพู่ห้อยอย่างเก๋ไก๋
ไม่เพียงเท่านั้น คอลเลกชั่นเสื้อผ้าก็เก๋ไก๋ไม่แพ้กัน โดยนำเสนอ "ความหรูหราแต่ก็มีลูกเล่นสนุกๆ" ทั้งโค้ตหลากวัสดุ เสื้อหนังเลเซอร์คัต กระโปรงสั้น และขุดกระโปรงทรงเอ ซึ่งถ้าสังเกตดีๆ ก็จะเห็นลวดลายสวิสโรส รวมทั้งชุดกระโปรงมินิผ้าแจ็กการ์ดและกระเป๋าพีน่ายังถูกประดับประดาด้วยลวดลายเอเดลไวส์ ดอกไม้ประจำชาติอย่างไม่เป็นทางการของสวิส
นี่ถือเป็นภาพลักษณ์ของกระเป๋าแบลลี่ยุคใหม่ที่เก๋ไก๋ตลอดเวลา และเหมือนที่ฟิดเลอร์บอกว่า "เธอสง่างามสุดๆ เสมอครับ"